Abyssal Splinter Walkthrough

 In Aion 3.0, Aion 3.5, Game Guide, Instance & Dungeon

Abyssal Splinter Walkthrough

Abyssal Splinter เป็นดันเจี้ยนแห่งแรกที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้เล่นในระบบ Alliance แทนที่จะเป็น Group โดยเป็นดันเจี้ยนที่มีทางเข้าอยู่ใน Divine Fortress ที่ Abyss Core ภายใน Eye of Reshanta ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมได้สูงสุด 12 คน โดยไม่ต้องทำเควสใดๆ แต่ต้องมีเลเวลตั้งแต่ 50 ขึ้นไป อย่างไรก็ดี ดันเจี้ยนดังกล่าวถูกออกแบบมาสำหรับผู้เล่นที่มีเลเวล 55 ขึ้นไป ดังนั้นใครที่เลเวลต่ำกว่านั้นอาจลำบากหน่อย

Yamennes บอสใหญ่ของดันเจี้ยนนี้ มีสองแบบ คือแบบปกติ และแบบยาก (Yamennes Blindsight และ Yamennes Painflare ตามลำดับ) ซึ่งแน่นอนว่า Item ต่างๆจาก Yamennes Painflare ย่อมดีกว่าจาก Yamennes Blindsight

Information about This Guide

ในเนื้อหาต่อไปนี้ ผู้อ่านจะพบกับศัพท์เฉพาะซึ่งใช้แทนรูปแบบและช่วงค่าความเสียหายจากการโจมตี เช่น “massive damage” และ “fatal damage” เป็นต้น โดยตารางด้านล่างถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงช่วงดังกล่าว นอกจากนี้ ความเสียหายที่ได้รับอาจไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อาทิ เลเวล อาชีพ และ Item ที่สวมใส่ ค่าความเสียหายทั้งหมดจึงเป็นการประมาณเท่านั้น

Classification

Damage Range

Minor Damage

0 – 1,500

Moderate Damage

1,501 – 3,500

Massive Damage

3,501 – 6,500

Colossal Damage

6,501 – 12,500

Fatal Damage

12,501+

Traversing the Abyssal Splinter

ก่อนที่ผู้เล่นจะได้เผชิญหน้ากับ Yamennes บอสใหญ่แห่ง Abyssal Splinter นั้นจะต้องจัดการกับมินิบอส จำนวน 3 ตัว ได้แก่ Pazuzu the Life Current, Kaluva the Fourth Fragment และ Dayshade ซึ่งเมื่อกำจัดแต่ละตัวได้แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ได้แก่ Abyssal Treasure Box มีโอกาสที่ภายในจะบรรจุอาวุธ ชุดเกราะ และเครื่องประดับ เกรดทอง (Fable) Genesis Treasure Box ภายในบรรจุ Medal และ Ancient Relic

นอกจากนี้ เมื่อกำจัดมินิบอสลงได้แต่ละตัว จะทำให้ Huge Aether Fragment ปรากฏขึ้น ซึ่งถือเป็นศิลาที่เกี่ยวข้องกับ Yamennes เมื่อทำลายทั้ง 3 ชิ้นลง ผู้เล่นก็จะได้เผชิญหน้ากับบิ๊กบอสสุดโหดของ Abyssal Splinter นามว่า Yamennes Painflare

Name Monsteraion pazuzu the life currentaion kaluva the fourth fragmentaion dayshade
Aether Fragment aether fragment aether fragment aether fragment
MessageThe destruction of the Huge Aether Fragment has destabilized the artifact!The destruction of the Huge Aether Fragment has put the artifact protector on alert!The destruction of the Huge Aether Fragment has caused abnormality on the artifact. The artifact protector is furious!

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะไม่ทำลาย Huge Aether Fragment ที่ปรากฏขึ้นหลังการจัดการกับมินิบอสได้ ซึ่งจะส่งผลให้เมื่อเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ของ Abyssal Splinter จะกลายเป็นแบบปกติ คือ Yamennes Blindsight แทน แม้การประมือกับบอสใหญ่ Yamennes Painflare นั้นมีความยากกว่ามาก แต่รางวัลที่ได้ก็คุ้มค่ากว่า คือ อาวุธเกรดส้ม (Eternal)

The Artifact of Protection

The Artifact of Protection

Yamennes Painflar

The true final boss, Yamennes Painflare!

Aion Yamennes Series Weapons

ลักษณะภูมิประเทศภายใน Abyssal Splinter นั้นเป็นแบบ Linear ไม่มีความซับซ้อน ผู้เล่นจึงไม่ต้องกลัวหลงทาง ขอให้เดินไปตามทางเรื่อยๆและจัดการกับมินิบอส กระทั่งถึงห้องที่ภายในมี Artifact of Protector ซึ่งเมื่ออุปกรณ์นี้ทำงาน Yamennes ก็จะปรากฏกายขึ้น

The Splinterpath and Pazuzu’s Sanctuary

Aion Abyssal Sprinter Enos Protector

ผู้เล่นจะเริ่มต้นที่โถงทางเดิน และจะพบเหตุการณ์ที่พวกบัลลอร์กำลังถูก Enos Protector ไล่เหยียบกระเจิดกระเจิง ซึ่งผู้เล่นสามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นี้ได้ด้วยการรอให้พวกบัลลอร์ถูกจัดการจนเผ่นหายไปหมดเสียก่อน

Aion Abyssal Sprinter Orkanimums and Ametgolems

เมื่อเดินไปตามทางก็จะต้องต่อสู้กับ Orkanimums และ Ametgolems พอสุดทางก็จะถึง Pazuzu’s Sanctuary ซึ่งเป็นแหล่งกบดานของมินิบอสตัวแรก เธอคือ Pazuzu the Life Current

Aion Abyssal Sprinter Pazuzu 's Sanctuary

สำหรับผู้เล่นที่มีเลเวล 50 แม้จะสามารถเข้าสู่ดันเจี้ยนได้ แต่ขอให้เตรียมตัวเผชิญหน้ากับความโหดหิน เนื่องจากมอนสเตอร์ส่วนใหญ่ในดันเจี้ยนมีเลเวล 55 ระดับ Elite ขณะที่มินิบอส และบอสใหญ่เป็นเลเวล 55 Legendary (ยกเว้น Dayshade)

Pazuzu the Life Current

Aion Abyssal Sprinter Boss Pazuzu the Life Current

ภายใต้ความงดงามของ Pazuzu แฝงไว้ด้วยพละกำลังอันมหาศาล ผู้เล่นที่ประมาทการจู่โจมของเธอ อาจต้องกลายเป็นเถ้าธุลีกลาดเกลื่อนอยู่บนพื้น Pazuzu’s Sanctuary ภายในเวลาไม่กี่วินาที

Pazuzu จะเริ่มการจู่โจมด้วยการ debuff ผู้เล่นที่เป็น tanker ส่งผลให้ค่า Evasion ลดลงและสร้างความเสียหายไปเรื่อยๆ โดยไม่สามารถนำ debuff ดังกล่าวออกได้ นอกจากนี้ Pazuzu ยังจะใช้ debuff ที่ลด Vitality ของผู้เล่นเป็นระยะๆ ท่านี้จะสร้างความเสียหายในระดับ minor damage และสร้างความเสียหายต่อเนื่องด้วย

ค่าความเสียหายจาก debuff ทั้งสองชนิดผนวกกับการจู่โจมทางกายภาพของ Pazuzu จะสร้างความเสียหายต่อผู้เล่นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น tanker ควรมีผู้เล่นที่คอยเติม HP ให้อย่างน้อย 2 คน ซึ่งแน่นอนด้วยความที่ Pazuzu เป็นมินิบอส เลเวล 55 Legendary ท่วงท่าการโจมตีทางกายภาพของเธอจะสร้างความเสียหายที่สาหัสแน่นอน นอกจากนี้ Pazuzu จะใช้ท่า Aether Storm เป็นระยะด้วย ท่าดังกล่าวจะสร้างความเสียหายแบบ minor damage ต่อเป้าหมายที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเธอทั้งหมด

การเรียนรู้รับมือสกิลต่างๆของ Pazuzu เป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะเธอ ทว่า Pazuzu ยังคงมีเขี้ยวเล็บอื่นๆซ่อนไว้อีกเพียบ

Aion Abyssal Sprinter Pazuzu Summon

โดยทุกๆ 70 วินาที Pazuzu จะร่ายคาถาโดยพูดว่า “Oh, Breath of Life, return to the embrace of Pazuzu!” ตามมาด้วยการปรากฏกายของบรรดา Luminous Waterworm ในบ่อน้ำ 6 บ่อรอบกายของ Pazuzu และจะร่าย buff สองชนิดให้แก่ Pazuzu ได้แก่ “Reflective Barrier” และ “Replenishment” ส่งผลให้ Pazuzu ไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทุกรูปแบบ และจะคอยเพิ่ม HP ให้กับ Pazuzu อย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นจำเป็นจะต้องจัดการกับ Luminous Waterworm ทั้งหมดก่อน จึงจะสามารถปลดม่านพลังทั้งสองลงได้ และแน่นอนว่า ตลอดเวลาที่ Pazuzu อยู่หลังม่านพลังนี้ เธอก็จะยังคงใช้สกิลต่างๆได้เต็มที่เหมือนเดิม

Aion Abyssal Sprinter Luminous Waterworms

จำนวนของ Luminous Waterworm จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยครั้งแรกจะปรากฏมาเพียง 2 ตัว เมื่อ HP ของ Pazuzu เหลือราวร้อยละ 70 จะเพิ่มเป็น 3 ตัว และเมื่อ HP เหลือ ร้อยละ 40 ก็จะเพิ่มเป็น 4 ตัว

เมื่อผู้เล่นจัดการกับ Pazuzu the Life Current ลงได้สำเร็จ กล่องสมบัติจะปรากฏขึ้น 4 กล่อง ได้แก่ Genesis Treasure Box 3 กล่อง ภายในบรรจุไว้ซึ่ง Abyss Relic และ Medal ส่วน Abyssal Treasure Box 1 กล่อง ภายในจะมี Abyss Relic และ Medal รวมทั้งมีโอกาสที่จะมีเกราะไหล่ เกรดทอง (Fable) จาก Forgotten Abyssal Series

Abyssal Sprinter Treasure BoxesAbyssal Sprinter Pazuzu Treasure Box

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ผู้เล่นจะได้พบกับกล่องสมบัติกล่องที่ 5 คือ Pazuzu’s Treasure Box ซึ่งภายในมี Item ที่สามารถนำไปเริ่มเควสที่มีรางวัลเป็น Necklace เกรดทอง (Fable) ได้อีกด้วย

Pazuzu’s the Life Current’s Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion resistance skill Resistanceผู้เล่นตกอยู่ในสภาวะ bleeding แลกกับระดับป้องกันต่อการโจมตีทางกายภาพบางท่วงท่าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดย Debuff นี้ไม่สามารถนำออกได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม physicaldebuff
aion vitality loss skill Vitality Lossสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง magicalattack
aion aether storm skill Aether Stormสร้างพายุ Aether ขนาดใหญ่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเป้าหมายกลุ่ม magicalattack

 

The Storm Cave and Kaluva’s Nest

เมื่อ Pazuzu the Life Current ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว Huge Aether Fragment จะปรากฏขึ้น ผู้เล่นที่ต้องการพบกับบอสใหญ่ระดับโหด (Yamennes Painflare) จะต้องทำลายศิลาดังกล่าว หากไม่ทำลายก็จะได้พบกับบอสใหญ่ระดับปกติ (Yamennes Blindsight)

aion enos protector

ผู้เล่นที่เดินทางออกมาจาก Pazuzu’s Sanctuary จะพบกับทางเข้าสู่ Storm Cave โดยเหล่าดราคัน สมุนของพวกบัลลอร์จะวิ่งหนีออกมาจากถ้ำนี้และพบจุดจบใต้อุ้งเท้าของ Enos Protector อีกครั้ง (ซวยจิงๆ) ขณะที่ภายในถ้ำผู้เล่นจะได้พบกับ “Fallen Shugo” ซึ่งเป็น npc เกี่ยวกับเควสของ Black Cloud Traders

Aion Abyssal Sprinter Fallen ShugoAion Abyssal Sprinter Broken Orkanimum

ที่ปลายทางของ Storm Cave จะมีสะพานที่ทอดตัวยาวไปสู่ทางเดินอีกด้าน ชื่อว่า Spiral Corridor ที่บนสะพานนี้ เมื่อผู้เล่นหันไปมองทางด้านซ้ายจะสังเกตเห็นมินิบอสตัวที่สอง ภายใน Spiral Corridor ผู้เล่นจะได้พบกับ Broken Orkanimum เมื่อคลิก จะได้รับ Item ชื่อว่า Weird Orkanimum Fragment ซึ่งเป็น Item เริ่มเควส

aion spiral corridor

นอกจากนี้ ในอาณาบริเวณดังกล่าวยังเป็นแหล่งที่อยู่ของมอนสเตอร์ Flash Lapilimos และ Noble Lapilimas ซึ่งเกี่ยวข้องกับเควสเกราะเกรดทอง (Fable) เมื่อเดินลงไปจนสุดทาง ผู้เล่นก็จะได้พบกับ Kaluva’s Nest รังของเจ้า Kaluva the Fourth Fragment มินิบอสตัวที่สองน่ะเอง

Kaluva the Fourth Fragment

Aion Abyssal Sprinter Boss Kaluva the Fourth Fragment

คำถามที่อาจเกิดในใจของหลายคน คือ หาก Kaluva เป็น Fragment อันที่ 4 แล้วอันก่อนหน้านี้ล่ะ คำตอบคือ ถูกมันงาบเข้าไปหมดแล้ว เพื่อเพิ่มขาของมันมาอีก 6 ขา ถึงตัวเลขมันจะแปลกๆไม่ตรงกันแต่ก็เอาเถอะ สรุปว่า มันเป็นศัตรูที่ร้ายกาจมากเลยทีเดียว (ซะงั้น)

มินิบอสตัวที่สองตัวนี้นับเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่มีความซับซ้อนที่สุดในดันเจี้ยน Abyssal Splinter ผู้เล่นทั้งหมดจำเป็นจะต้องแบ่งกลุ่มกันเพื่อทำหน้าที่สร้างความเสียหาย รักษา และบางครั้งเพื่อชนกับมอนสเตอร์จากหลายทิศทาง

Kaluva จะเริ่มจู่โจมผู้เล่นที่เป็น tanker ด้วย debuff ชื่อ “Agonizing Cramps” ส่งผลให้ความเร็วในการโจมตีและการเคลื่อนที่ลดลง รวมทั้งสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง รวมเวลา 60 วินาที ดังนั้นได้เจอแน่นอนไม่ต้องห่วง

นอกจากนี้ Kaluva ยังมีสกิล “Binding Web” ทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ไม่ได้ 4 วินาที และ “Brandish” สร้างความเสียหายระดับ massive damage และทำให้เป้าหมายติดสถานะ stun เป็นเวลา 1 วินาทีด้วย

Kaluva Constricting Webs

เขี้ยวเล็บที่อันตรายจริงๆของมันซึ่งผู้เล่นทั้งหมดจะต้องระวังให้จงดี คือ “Constricting Webs” ซึ่งจะส่งผลต่อเป้าหมายแบบสุ่มคน ส่งผลให้ผู้เล่นที่ดวงซวยคนนี้ถูกห่อหุ้มไว้ในดักแด้ ส่งผลให้ HP ลดลงอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถขยับหรือใช้สกิลใดๆได้ทั้งสิ้น ผู้เล่นคนอื่นจำเป็นต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาทำลายดักแด้เพื่อช่วยผู้เล่นคนนั้นออกมาให้เร็วที่สุด

Kaluva’s Spawners

นอกจากนี้ ผู้เล่นจะต้องคอยรับมือกับ Kaluva’s Spawner ทั้ง 4 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่มุมทั้ง 4 ใน Kaluva’s Nest โดย Kaluva’s Spawner จะ buff ตัวเองด้วยสกิล “Hard Eggshell” ส่งผลให้มันดูดซับความเสียหายที่ได้รับร้อยละ 90 โดยในระหว่างการต่อสู้ Kaluva จะใช้สกิล “Hatch” เพื่อฟักสมุนของมันออกมาจาก Kaluva’s Spawner เริ่มด้วยการใช้สกิล “Maternal Instinct” ทำให้มันเป็นอมตะไม่ได้รับความเสียหายใดๆทั้งสิ้น

Aion Kaluva Spawners Location

ตามด้วยการร่ายสกิล Hatch ใช้เวลา 20 วินาที ทว่าสกิล Hatch จะส่งผลให้สกิล Hard Eggshell ที่ Kaluva’s Spawner ทั้ง 4 แห่งถูกยกเลิก ดังนั้นผู้เล่นทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาทำลาย Kaluva’s Spawner ให้หมดก่อนที่ Kaluva จะใช้สกิล Hatch ได้สำเร็จ มิฉะนั้น จะต้องเผชิญกับลูกสมุนของมันที่สุ่มเกิดขึ้นมาบานเบอะ มีตั้งแต่เกรด Normal – Hero

Aion Kaluva Spawners

โดยลักษณะการสุ่มเกิดมี 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบที่ 1 คือ Kaluva’s Debris 12 ตัว Kaluva’s Limb 2 ตัว และ Kaluva’s Underling 1ตัว แบบที่ 2 คือ Kaluva’s Limb 1 ตัว และ Kaluva’s Debris 3 ตัว โดย Kaluva’s Debris จะใช้สกิล debuff “Malicious Infection” ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องต่อเป้าหมาย ขณะที่ Kaluva’s Limb และ Kaluva’s Underling จะใช้ สกิล “Nerve Paralysis” ส่งผลให้เป้าหมายติดสถานะ Paralysis และมีความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง

การเรียนรู้รับมือสถานการณ์ต่างๆในการต่อสู้กับ Kaluva ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะมินิบอสตัวนี้ ซึ่งเมื่อจัดการกับมันได้แล้ว ผู้เล่นก็จะได้พบกับกล่องสมบัติ 4 กล่องเหมือนเดิม แต่คราวนี้ Abyssal Treasure Box จะมีโอกาสบรรจุ เกราะส่วนมือ เกรดทอง (Fable) จาก Forgotten Abyssal Series แทน

Kaluva Abyssal Treasure Box

Kaluva the Fourth Fragment’s Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion powerful brandish skill Powerful Brandish สร้างความเสียหายต่อเป้าหมายและทำให้ติดสถานะ Stunphysical debuff
aion hatch skill Hatch

เรียกลูกสมุนทรงพลังของมันออกมาจัดการกับผู้เล่น

 magicalattack
aion maternal instinct skill Maternal Instinct การจู่โจมใดๆไม่สามารถทำอันตราย Kaluva ได้โดยสิ้นเชิงmagicalbuff

Kaluva’s Limb/Kaluva’s Underling Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion nerve paralysis skill Nerve Paralysisเป้าหมายติดสถานะ Paralysis และความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง สามารถรักษาได้ด้วยสกิลและยา physical debuff

Kaluva’s Debris Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion nerve paralysis skill Nerve Paralysisเป้าหมายติดสถานะ Paralysis และความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง สามารถรักษาได้ด้วยสกิลและยา physical debuff

Kaluva’s Spawner Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion hard eggshell skill Hard Eggshell ดูดซับความเสียหายจากการโจมตีร้อยละ 90 magicalbuff

Chaos Way and the Crystal Mezzanine

abyssal fragment

ภายหลังกำจัดเจ้า Kaluva the Fourth Fragment ลงได้สำเร็จ ผู้เล่นต้องไม่ลืมเก็บ “Abyssal Fragment” มาจาก Abyssal Treasure Chest เด็ดขาด เนื่องจากจะต้องนำมาใช้เป็นกุญแจเพื่อเปิดประตูไปสู่ห้องของมินิบอสตัวที่สาม นอกจากนี้ ผู้เล่นที่ต้องการพบกับบอสใหญ่ระดับโหด (Yamennes Painflare) ก็อย่าลืมทำลาย Huge Aether Fragment ที่ปรากฏขึ้นมาหลัง Kaluva ม่องเท่งไปแล้วด้วย

Aion Abyssal Sprinter Enos Grapplers

เมื่อเข้าสู่ Chaos Way ซึ่งเป็นทางเดินต่อจาก Kaluva’s Nest ผู้เล่นจะต้องจัดการกับเหล่า Enos Grappler ก่อนจะไปถึงประตูที่ต้องใช้ Abyssal Fragment เปิดไปสู่ The Crystal Mezzanine ซึ่งเป็นห้องของ Dayshade มินิบอสตัวสุดท้ายของดันเจี้ยนแห่งนี้

Aion Abyss Sprinter Boss Dayshade

Dayshade (Rukril and Ebonsoul)

Aion Abyss Sprinter Boss Dayshade

Dayshade เป็นมินิบอสที่จะแบ่งร่างออกเป็น Rukril และ Ebonsoul เมื่อถูกคุกคาม

rukril

Rukril

ebonsoul

Ebonsoul

กุญแจสำคัญในการจัดการกับพวกมันคือแบ่งกลุ่มใน Alliance ออกเป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มควรมี tanker และ healer เป็นของตัวเอง และถ้าจะให้ดีที่สุด ควรมี damage dealer ที่สร้างความเสียหายทางเวทย์มนตร์ต่อ Rukril และทางกายภาพต่อ Ebonsoul โดยเมื่อจัดการได้ 1 ตัวแล้ว อีกตัวจะต้องถูกล้มให้ได้ภายใน 60 วินาที มิฉะนั้น ตัวที่เพิ่งตายไปจะฟื้นกลับขึ้นมา แม้ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เนื่องจากสกิลเจ้าปัญหา “Umbral Barrier” และ “Splendid Barrier”

Rukril และ Ebonsoul มีสกิลเหมือนกันหลายอย่างกับมินิบอสทั้ง 2 ตัวที่ผ่านมาแล้ว อาทิ “Resistance” ของ Pazuzu the Life Current รวมทั้ง Rukril และ Ebonsoul ยังมีสกิลร่วมกันด้วย เช่น “Deafening Confusion” และ “Crystal Fragment” โดยผลของมันจะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวและการหลบหลีก (Evasion) ลดลง ในขณะที่อย่างหลังจะสร้างความเสียหายในระดับ massive damage

มาถึงสกิลเจ้าปัญหา ลักษณะการใช้ของ Rukril จะใช้สกิล “Splendid Barrier” ใส่ตัวมันเองเพื่อเพิ่มค่า Critical Hit และ Magical Defense (damage dealer ที่เหมาะสมต่อ Rukril จึงควรเป็น Physical Attack) ขณะที่ Ebonsoul จะใช้สกิล “Umbral Barrier” ใส่ตัวมันเองเพื่อเพิ่ม Attack Power และ Physical Defense (Damage Dealer ที่เหมาะสมต่อ Ebonsoul จีงควรเป็น Magical Attack)

นอกจากนี้ หากทั้ง Rukril และ Ebonsoul อยู่ใกล้กัน พวกมันก็จะ buff ให้กันและกันด้วย ดังนั้นจึงควรแยกพวกมันออกจากกันไกลๆ เพราะหากได้ buff ทั้งคู่ จะส่งผลให้ Rukril และ Ebonsoul แทบไม่ได้รับความเสียหายใดๆจากการโจมตี โดย Aratus (Elyos) และ Gwal (Asmodian) เป็น NPC ที่ด้านหน้าทางเข้าของ Abyssal Splinter จะช่วยอธิบายวิธีการจัดการกับ Dayshade ไว้พอสังเขป

Aratus brief explanation who stand outside the entrance to the Abyssal Splinter

เมื่อ Rukril และ Ebonsoul สามารถ buff กันและกันด้ว “Umbral Barrier” และ “Splendid Barrier” ได้สำเร็จ มอนสเตอร์ชนิดใหม่จะปรากฏกายขึ้น ได้แก่ Piece of Splendor จาก Rukril และ Piece of Midnight จาก Ebonsoul โดยวิธีการที่ผู้เล่นจะยกเลิก buff อันใดอันหนึ่งลงได้ ผู้เล่นจะต้องทำลายมอนสเตอร์ที่เป็นของมินิบอสตัวตรงข้ามภายในระยะที่กำหนดจากมอนสเตอร์ของมินิบอสอีกตัว อ่านแล้วงงล่ะสิ

กล่าวคือ หากผู้เล่นต้องการยกเลิก Umbral Barrier (ทั้งบน Rukril และ Ebonsoul) ซึ่งเป็น buff ของ Ebonsoul ผู้เล่นต้องทำลาย Piece of Splendid (เกิดจาก Rukril) ภายในระยะที่กำหนดจาก Piece of Midnight ที่เกิดจาก Ebonsoul

หรือ หากผู้เล่นต้องการยกเลิก Splendid Barrier (ทั้งบน Rukril และ Ebonsoul) ซึ่งเป็น buff ของ Rukril ผู้เล่นต้องทำลาย Piece of Midnight (เกิดจาก Ebonsoul) ภายในระยะที่กำหนดจาก Piece of Splendid ที่เกิดจาก Rukril นั่นเอง

aion piece of splendor

Piece of Splendor

aion piece of midnight

Piece of Midnight

เมื่อผู้เล่นจับทางสกิลเจ้าปัญหาทั้งสองได้แล้ว ชัยชนะเหนือเจ้า Dayshade ก็อยู่แค่เอื้อม แต่อย่าลืมเมื่อตัวแรกล้ม ก็ต้องจัดการอีกตัวให้ได้ภายใน 60 วินาที! ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก เมื่อจัดการได้แล้วก็จะได้กล่องสมบัติ 4 กล่องเป็นรางวัล ครั้งนี้ Abyssal Treasure Box มีโอกาสจะบรรจุ กางเกง และรองเท้า เกรดทอง (Fable) จาก Forgotten Abyssal Series

Abyssal Treasure Box that Dayshade

Rukril and Ebonsoul Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion resistance skill Resistanceผู้เล่นตกอยู่ในสภาวะ bleeding แลกกับระดับป้องกันต่อการโจมตีทางกายภาพบางท่วงท่าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดย debuff นี้ไม่สามารถนำออกได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม physicaldebuff
aion crystal fragment skill Crystal Fragment ท่าโจมตีระดับ massive damage physicalattack

Splintercore

หากผู้เล่นทำลาย Huge Aether Fragment ที่ปรากฏทั้งหมดก่อนหน้านี้มาตลอด จะส่งผลให้บอสใหญ่ของ Abyssal Splinter กลายเป็นแบบโหด คือ Yamennes Painflare หลัง Artifact of Protection เริ่มทำงาน โดยผู้เล่นจะมีโอกาสได้เก็บ Item ที่ใช้เริ่มเควสก่อนที่จะดำดิ่งลงไปสู่ Splintercore

aion polearm of akariosaion worn book

ผู้เล่นฝ่าย Elyos สามารถเดินไปยังพื้นที่ด้านหลังของ Rukril เพื่อเก็บ Polearm of Akarios ส่วนผู้เล่นฝ่าย Asmodian สามารถเดินไปยังพื้นที่ด้านหลังของ Ebonsoul เพื่อเก็บ Worn Book ซึ่งเป็น Item ใช้สำหรับเริ่มเควสใหม่ นอกจากนี้ ระหว่างทางดำดิ่งลงสู่ Splintercore ยังมีกล่องสมบัติอีกหลายกล่องกระจัดกระจายอยู่บนเกาะแก่งที่ไล่เรียงลงไปเป็นชั้นๆ อย่าร่อนเพลินจนลืมเก็บกันล่ะ

Splinter Core

แต่ถ้าพลาดก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่ชั้นล่างมีลิฟต์ที่จะพาผู้เล่นกลับขึ้นมาใหม่ เผื่อพลาดกล่องไหนไป (-3-) และหากมองไปรอบๆภายใน Splintercore ก็จะพบกับแร่ Drenite และ Turquoise เป็นตันๆ ใครใคร่เก็บเก็บให้เกลี้ยง!

Drenite and Turquoise

ส่วนเบื้องหน้า คือ Artifact of Protection เมื่อผู้เล่นเปิดการทำงานแล้วก็จะได้เผชิญหน้ากับบิ๊กบอสของ Abyssal Splinter กัน ส่วนจะเป็นแบบปกติ หรือ แบบโหด ก็แล้วแต่ว่าเลือกแบบไหนกันมาแต่แรก

the Artifact of Protection

แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า Yamennes Painflare หรือแบบโหดนั้น ไม่ใช่หมู หากครั้งนี้เพิ่งเป็นการกอดคอออกศึกกันครั้งแรกของ Alliance ล่ะก็ตีแบบปกติ คือ Yamennes Blindsight น่าจะมีโอกาสชนะสูงกว่านะ (เตือนแล้วเน้อ)

Yamennes Blindsight and Yamennes Painflare

Yamennes Painflar

Yamennes เป็นบิ๊กบอสและความท้าทายสุดท้ายในดันเจี้ยน Abyssal Splinter ผู้เล่นทั้งหมดจะต้องใช้สมาธิและการแบ่งความสนใจไปสู่เป้าหมายหลายเป้าหมายตลอดการต่อสู้กับบอสใหญ่ของดันเจี้ยนแห่งนี้ โดยทั้ง Yamennes Blindsight และ Painflare นั้น มีความละม้ายคล้ายคลึงกันทั้งสกิลและรูปแบบการโจมตี ดังนั้นบทสรุปนี้จะอธิบายบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์การต่อกรกับ Yamennes Blindsight เป็นหลัก และหากมีกรณีแตกต่างกับ Painflare จะระบุเป็นรายกรณีไป

Yamennes Blindsight

Yamennes Blindsight

Yamennes Painflar

Yamennes Painflar

Yamennes จะปรากฏกายขึ้นทันทีที่ Artifact of Protection เริ่มทำงาน แต่จะไม่จู่โจมก่อนตราบใดที่ผู้เล่นยังไม่เริ่มโจมตี ดังนั้น Alliance จะมีเวลาจัดแจงขบวนรบของตัวเองให้เสร็จสิ้นก่อนจะเริ่มการปะทะ

Yamennes จะเริ่มการโจมตีด้วยสกิลแบบสุ่มไปเรื่อยๆตลอดการต่อสู้ ซึ่ง สกิลหลักของ Yamennes ได้แก่ “Crystal Wave” และ “Crystal Collision” โดยสกิลแรกจะสร้างความเสียหายระดับ moderate damage ต่อเป้าหมายแบบกลุ่ม (Frontal Cone) และจะดูดเอา MP ของเป้าหมายไประดับหนึ่งด้วย ส่วนสกิลหลังจะสร้างความเสียหายระดับ moderate damage และติดสถานะ stun เป็นเวลา 1 วินาที ต่อเป้าหมายแบบเดี่ยวและรอบๆตัวของเป้าหมายด้วย (Area around target) ดังนั้นผู้เล่นสามารถลดความเสี่ยงลงได้ด้วยการกระจายกำลัง

Yamennes Painflare

Yamennes Painflare จะใช้สกิล “Crystal Wave” และ “Crystal Collision” เหมือนกัน แต่ระดับพลังโจมตีของมันอยู่ที่ colossal damage และ massive damage ตามลำดับ นอกจากนี้ การโจมตีทางกายภาพแบบปกติ ยังมีความรุนแรงมากกว่า Blindsight ด้วย

นอกเหนือจากสกิลข้างต้นแล้ว Yamennes ยังสามารถใช้สกิล “Resistance” (แบบเดียวกับ Pazuzu the Life Current) ได้ด้วย รวมทั้งใช้สกิลจู่โจมหลักอีกสองสกิล ได้แก่ “Unstable Earth” สร้างความเสียหายระดับ massive damage และทำให้ติดสถานะ stun เป็นเวลา 4 วินาที ในรัศมีที่กำหนด อีกสกิลหนึ่ง คือ “Exhaustion” ซึ่งเป็น debuff ต่อเป้าหมายเดี่ยว ลดความเร็วของการโจมตีลงเป็นเวลา 3 วินาที

ขณะที่ Yamennes Painflare จะมีสกิลเพิ่มขึ้นอีก 2 ชนิด ได้แก่ “Healing Impairment” เป็น Debuff ต่อเป้าหมายเดี่ยวแบบสุ่ม ส่งผลให้สกิล Healing ทุกชนิดใช้ไม่ได้ผลกับผู้เล่นที่ตกเป็นเป้าหมาย เป็นเวลา 60 วินาที โดยไม่สามารถ dispel ได้ ซึ่ง Yamennes Painflare จะใช้สกิลดังกล่าวหลังเริ่มการต่อสู้ไปทุกๆราว 1 นาที และก่อนที่ Painflare จะใช้สกิลนี้ จะมีข้อความในระบบขึ้นว่า “Yamennes threat level has been reset!” ซึ่งผู้เล่นที่เป็น tanker อีกคนจะต้องรีบเข้าแทน tanker คนเก่าให้เร็วที่สุด ขณะที่ tanker คนแรกซึ่งโดนสกิล Healing Impairment จะต้องปลีกตัวออกมาและหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีให้มากที่สุด (หลบมุม) เมื่อฤทธิ์ของสกิลดังกล่าวหมดลง tanker คนแรกจะต้องรีบเข้าแทน tanker คนที่สองซึ่งกำลังจะโดนสกิล Healing Impairment โดย Yamennes Painflare จะใช้สกิลดังกล่าวทุกๆราว 1 นาทีวนไปเรื่อยๆ

อีกสกิลหนึ่งของ Yamennes Painflare คือ “Delirium” เป็น Buff ที่ใช้กับตัวมันเอง ส่งผลให้ค่า Attack Power, Defense และ critical strike เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 30 วินาที ทำให้สกิลการโจมตีบางอย่าง เช่น Crystal Wave สามารถสร้างความเสียหายระดับ fatal damage ได้

การเอาตัวรอดจากพลังโจมตีอันมหาศาลและสกิลสุดโหดของ Yamennes เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก แต่ความท้าทายยังไม่จบแค่นั้น เพราะ Yamennes จะเรียกเหล่าสมุนของมันมาร่วมการต่อสู้ด้วยผ่าน Spawn Gate โดยจะมีมอนสเตอร์ในตระกูล Lapilima และ Orkanimum ออกมาจากประตูมิตินี้ ให้ผู้เล่นมองหา Teleportation Device รอบๆห้องไว้ให้ดี เพราะมันคืออุปกรณ์สำคัญในการเอาชนะเหล่าสมุนของ Yamennes

Teleportation devices

Yamennes Painflare จะอันเชิญ Spawn Gate บ่อยเป็น 2 เท่า ของ Blindsight ซึ่งกุญแจสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของการโจมตี Yamennes คือ ต้องจัดการกับมอนสเตอร์ที่ออกมาและทำลาย Spawn Gate ลงให้จงได้

หาก Yamennes เรียกสมุนของมันออกมาเป็นตระกูล Lapilima จะทำให้ Spawn Gate ปรากฏขึ้นเหนือ Teleportation Device ทั้ง 3 แห่งในห้อง โดย Lapilima จะออกมาจาก Spawn Gate และมุ่งตรงไปหา Yamennes แม้พวก Lapilima จะเป็นมอนสเตอร์ที่มี HP ไม่มากและถูกกำจัดได้ง่าย แต่หากปล่อยให้มันไปถึงตัว Yamennes ได้เมื่อไหร่ ปัญหาใหญ่จะตามมาทันที

summoned lapilima location

เนื่องจาก Lapilima จะ buff บิ๊กบอสของมันด้วยสกิล “Lapilima’s Shiled” เป็นม่านพลังที่ทำให้ Yamennes สะท้อนกลับทุกการโจมตี เป็นเวลา 30 วินาที “Lapilima’s Healing” ซึ่งจะทำให้ HP ของ Yamennes เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ทุก 3 วินาที เป็นเวลา 30 วินาที อย่างไรก็ตาม buff ทั้งสองชนิดนี้สามารถ dispel ได้ และจะต้อง dispel ออกทันทีหาก Yamennes ได้รับ buff ดังกล่าวไม่ว่าอย่างหนึ่งอย่างใด

Summoned Lapilima

ยุทธวิธีรับมือ คือ ผู้เล่นควรแบ่ง damage dealer ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2คน ไปยัง Spawn Gate โดยให้คนหนึ่งคอยจัดการกับ Lapilima ที่ออกมา ขณะที่อีกคนหนึ่งจัดการทำลาย Spawn Gate ลงให้เร็วที่สุด

summoned orkanimums location

Teleportation Device เป็นมากกว่าตำแหน่งเกิดของ Spawn Gate เมื่อ Yamennes เรียกสมุนของมันในตระกูล Orkanimum ออกมา Spawn Gate ของมันจะไปปรากฏอยู่บนเชิงผาเหนือขึ้นไปจาก Teleportation Device ณ เวลานี้เอง ที่ Alliance จะต้องแบ่งผู้เล่นไปทำลาย Spawn Gate ผ่าน Teleportation Device ซึ่งจะพาผู้เล่นไปวาร์ปไปยังเชิงผาดังกล่าว

summoned orkanimums

มอนสเตอร์ในตระกูล Orkanimum แม้จะไม่มีพิษสงเท่า Lapilima แต่พลังโจมตีของมันผสานกับพละกำลังมหาศาลของ Yamennes จะเป็นอะไรที่ทารุณผู้เล่นที่เป็น Healer อย่างมาก พวก Orkanimum ยังสามารถใช้สกิล “Crystal Rain” ได้ด้วย นอกจากสร้างความเสียหายแล้วยังเป็น debuff ที่ทำให้เป้าหมายมีการเคลื่อนที่ช้าลง เป็นเวลา 2 วินาที จึงถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่ง melee damage dealer ไปทำลาย Spawn Gate บนเชิงผาให้เร็วที่สุด

ametgolems

สำหรับ Yamennes Painflare จะสามารถเรียกสมุนของมันในอีกตระกูลหนึ่งได้ คือ Ametgolem โดยไม่ต้องอาศัย Spawn Gate ซึ่งพวกมัน 3 ตัว จะปรากฏกายขึ้นรอบๆ Painflare และแน่นอนว่าไม่ได้กระจอกเหมือนกับ Lapilima และ Orkanimum เพราะ Ametgolem เป็นมอนสเตอร์เกรด Hero ที่จะต้องมีการจัดขบวนรบใหม่ในการชนและกำจัดมันให้เร็วที่สุด

กุญแจสำคัญในการเอาชนะ Yamennes บิ๊กบอสแห่ง Abyssal Splinter คือ การบริหารจัดการควบคุมเหล่าสมุนของพวกมัน และความสม่ำเสมอในการสร้างความเสียหายแก่ Yamennes ซึ่งจะเป็นไปอย่างราบรื่น หากจัดการกับลูกสมุนมันได้ โดยเฉพาะ Lapilima ห้ามให้พวกมันมาถึง Yamennes เด็ดขาด บิ๊กบอสตัวนี้ มี HP มหาศาล ดังนั้นอย่าเพิ่งชะล่าใจว่าการต่อสู้จะจบลงรวดเร็วเกินไป ดังนั้นหากจัดการกับยุทธวิธีทั้งหมดที่กล่าวมาได้ รับรองว่า “เอาอยู่” แน่นอนคร่า…

Yamennes Blindsight Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion resistance skill Resistanceผู้เล่นตกอยู่ในสภาวะ bleeding แลกกับระดับป้องกันต่อการโจมตีทางกายภาพบางท่วงท่าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดย debuff นี้ไม่สามารถนำออกได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม physicaldebuff
aion exhaustion skill Exhaustion DP และความเร็วในการโจมตีของเป้าหมายลดลง magicaldebuff

Yamennes Painflare Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion resistance skill Resistanceผู้เล่นตกอยู่ในสภาวะ bleeding แลกกับระดับป้องกันต่อการโจมตีทางกายภาพบางท่วงท่าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดย debuff นี้ไม่สามารถนำออกได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม physicaldebuff
aion exhaustion skill Exhaustion DP และความเร็วในการโจมตีของเป้าหมายลดลง magicaldebuff
aion delirium skill Deliriumความเกรี้ยวกราดอย่างรุนแรง ส่งผลให้พลังโจมตีทั้งหมด และโอกาส critical hit เพิ่มสูงขึ้น magicalbuff

Summoned Orkanimum Skills

Image

Name

Description

Type

Subtype

aion crystal rain skill Crystal Rainเป้าหมายในเขตอาคมทั้งหมดได้รับความเสียหายอย่างสาหัสและความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง magicalattack

 

 

บทความนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของ Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย นั่นแปลว่าคุณสามารถนำผลงานนี้ไปเผยแพร่ต่อได้ แต่คุณต้องแสดงที่มาของบทความดังกล่าว และคุณไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือสร้างงานของคุณจากบทความนี้

creativecommons แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย

Recommended Posts
Contact Us

We're not around right now. But you can send us an email and we'll get back to you, asap.

Not readable? Change text. captcha txt